Home / ข่าวทั่วไทย / พระพล มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์คนร้ายไม่ใช่ ลุงพล แต่เป็นคนใกล้ชิดครอบครัวน้องชมพู่

พระพล มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์คนร้ายไม่ใช่ ลุงพล แต่เป็นคนใกล้ชิดครอบครัวน้องชมพู่


เมื่อวันที่ 22 ม.ค.64 ที่วัดดานพระอินทร์ ที่นิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เพื่อไปพบกับ พระครูวินัยทรอธิปัญโญ (พระพล) พระที่ลุงพลนับถือ ซึ่งได้พูดคุยถึงเรื่องราวความสนิทของพระพลและลุงพล ว่าเริ่มต้นมาจากอะไร พระพลได้เล่าว่า พระพลได้เล่าถึงความฝันหลังต่กที่สร้างพระเอราวัณที่วัดเสร็จพบว่ามีชายหนึ่งคนเดินออกมาจากช้างเอราวัณ แต่ยังไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน

จนกระทั่งมีโอกาสได้ดูข่าวน้องชมพู่จึงเห็นหน้าลุงพล และจำได้ทันทีว่าลุงพลคือชายที่เดินออกมาจากช้างเอราวัณ จึงได้ให้ลูกศิษย์พยายามติดต่อไปจนกระทั่งวันที่ 15 กรกฎาคม ปี 63 เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับลุงพลก่อนที่จะมีการพูดคุยกันเรื่อยมา




ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าอะไรทำให้เชื่อว่าลุงพลไม่ใช่คนร้าย พระพล เปิดใจว่า ตอนนี้มั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์เพราะตัวเองมียานวิเศษที่สามารถสามารถสัมผัสได้ว่าใครคือคนร้าย แต่ไม่ใช่ลุงพล เพราะตัวเองพยายามไปสำรวจรอบ ๆ บ้านลุงพล หรือแม่แต่ตัวลุงพลเอง พบว่าไม่มีอะไรบ่งบอกถึงการเป็นคนไม่ดีเลย ซึ่งลึก ๆ ตนทราบดีอยู่แล้วว่าใครเป็นคนร้าย คนร้ายนั้นไม่ใช่พ่อ แม่ร้องชมพู่ ไม่ใช่ลุงพล

พระพล ยังบอกต่ออีกว่า ตัวเองก็มีในใจอยู่แล้วว่าคนร้ายเป็นใคร เป็นคนใกล้ชิดที่ไม่ค่อยออกสื่อ และมีการขัดแย้งกับธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะพื้นที่ภูเหล็กไฟนั้นเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายไม่ได้ตั้งใจฆ่าเพียงแค่จะเอาน้องชมพู่ไปเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่ของน้องเท่านั้น คนร้ายมีความรู้และมีความคิดที่ซับซ้อน




การตัดผมเด็ก หรือ ถอดเสื้อผ้าเด็กนั้นเป็นเพียงการเบี่ยงประเด็น ให้เชื่อว่าคนที่ทำร้านน้องชมพู่นั้นเป็นพวกเล่นไสยศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของผู้มีอิทธิพล ที่สำคัญสุดท้ายแล้วถ้าหมายจับออกมาเป็นลุงพล พระพลก็คงเสียใจที่คนดีต้องถูกทำร้าย แต่เชื่อว่ากฎหมายอาจจะไม่ยุติธรรม และ กฎแห่งกรรมยุติธรรมที่สุด

ขณะที่พระพล ยังได้มีการนำขี้เหล็กไหล ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงว่า คนร้ายที่ฆ่าน้องชมพู่ ทำไปเพราะมีคนจ้างให้ทำเหล็กไหลมูลค่าถึง 10 ล้านนั้น ไม่น่าเป็นคนจริง ๆ เหล็กไหลสามารถเกิดขึ้นได้ตามถ้ำต่าง ๆ แต่ผู้ที่จะอัญเชื่อหนือเห็นเหล็กไหลจริง ๆ จะต้องเป็นผู้มีบุญนับถือศีล จึงจะมามารถตัดเหล็กไหลได้ ซึ่งเหล็กไหลให้พุทธคุณหลายอย่าง แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็อาจจะเกิดความอาบัติได้

อย่างไรก็ตาม เป็นอีกหนึ่งคดีที่หลายคนให้ความสนใจ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ

ขบอคุณ ข่าวช่อง 8








Facebook Comments

Check Also

ชาวบ้านเกือบทั้งหมด เห็นว่า เราชนะ ให้ร้านค้าแลกเงินสด

ความคืบหน้าล่าสุด หลังจากจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วย เพราะประชาชนไม่ได้ทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ เราชนะคือโครงการเยียวยาผลกระทบรายได้ช่วงโควิด รายได้ที่เป็นเงินสดของประชาชนหดหายไป รัฐฯ ก็ต้องเอาเงินสดมาต่อเติมให้ นี้ไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบคนละครึ่งนะครับ เมื่อไม่ได้เป็นเงินสดชาวบ้านก็ต้องหาวิธีให้ได้มาซึ่งเงินสด นอกจากนี้ยังบอกว่า ลดค่าใช้จ่ายมันก็ต้องครอบคลุมค่าน้ำค่าไฟด้วยนะคะ นี่สแกนได้แค่ของกินของใช้ มันย้อนแย้งอยู่นะคะ …